ใครใช้ให้อ่อนหัด : น็อค “ออร์ติซ” … ชัยชนะขี้โกงที่ “ฟลอยด์” จะไม่มีวันเอ่ยคำขอโทษ

ใครใช้ให้อ่อนหัด

ใครใช้ให้อ่อนหัด ใครบางคนที่กล้าบอกอย่างนี้กับ ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ นักชกไร้พ่ายเข็มขัดเเชมป์เต็มเอวจะต้องเป็นคนที่กล้ามาก

ใครใช้ให้อ่อนหัด ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าใครเป็นคนชนะ ไม่เช่นนั้นฟลอยด์ คงไม่ถูกเรียกว่าแชมป์ไร้พ่าย … แต่ที่น่าสนใจเป็นรายละเอียดที่ซ่อนอยู่หลังผลที่เกิดขึ้นจากการแข่งขัน ด้วยเหตุว่าโน่นเป็นไฟต์ที่ทำให้หลายคนสั่นศีรษะ เเละเรียกว่า “ไอ้ขี้โกง”

เรื่องของ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ นั้นแทบจะไม่มี คอมวยผู้ใดกันแน่ที่ไม่ทราบ เก่งกาจ ฉลาด คุมจังหวะการต่อยได้ และก็ที่สำคัญเป็น “หวังผลชนะได้เสมอ” นั่นเป็นคุณสมบัติของเขา

ใครใช้ให้อ่อนหัด

ในทางหนึ่ง มันเป็นความยอดเยี่ยมที่หลายคนไม่สามารถปฎิเสธ แม้กระนั้นในอีกทาง คนชิงชังในสไตล์ของเขาก็มีไม่น้อย ไม่ใช่แค่แฟนมวยเท่านั้นที่เห็นว่าเขาเพลย์เซฟเกินความจำเป็น ชกแบบปิดการ์ด ออกหมัดน้อย แล้วก็ถอยหนี ซึ่งนั่นผิดกับเเชมป์รุ่นน้ำหนักเดียวกันคนก่อนๆอย่างลิบลับ อย่างน้อยแม้ทดลองเทียบเคียงมวยสายบ็อกเซอร์ยุค 80s อย่าง ชูการ์ เรย์ เลียวนาร์ด ก็ยังคงเป็น เลียวนาร์ด ที่มีความบู๊สู้สนุกมากยิ่งกว่าเป็นไหนๆ

ดังนั้นอย่างที่ได้กล่าวไป ฝ่ายชิงชังในสไตล์รวมทั้งหยามความสามารถของเขาแม้ว่าจะมีสถิติไร้พ่าย ไม่ได้มีเพียงแค่แฟนมวยแค่นั้น แม้กระทั้งนักมวยหลาย คนก็ยังสั่นหน้าแล้วบอกว่าคนอย่างนั้นไม่เท่าไหร่ หนึ่งในนั้นเป็น “วิคเตอร์ ” นักชกอเมริกันที่มีเชื้อสายเม็กซิกันจากพ่อและแม่ที่เป็นผู้อพยพ มวยไทย

เม็กซิโก สร้างนักมวยแชมป์โลกสูงที่สุดในโลก ด้วยความเลื่อมใสที่ว่ากันว่าชายเม็กซิกันทุกคนมีสายเลือดนักสู้อยู่ในตัว แล้วก็ ก็นับได้ว่าเป็น หนึ่งในนั้น ครอบครัวของเขาย้ายถิ่นเข้ามาในสหรัฐอเมริกาก่อนที่จะเขาจะกำเนิด แต่ตอนเขาอายุ 7 ขวบ แม่ของเขาก็ทิ้งครอบครัวไป ปลดปล่อยให้เขาและพ่อจำต้องเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น บิดาบังเกิดเกล้าเริ่มติดสุราและก็ตบตีลูกๆในเวลาที่ เองก็สารภาพว่า อยากที่จะให้แม่กลับมา แต่ทว่าความจริงนั้นโหดร้าย แม่ของเขาปฏิเสธ คำขอของลูกชายอย่างไม่ใยดี

“ผมเกลียดผู้หญิงคนนั้น ผมเขียนการ์ดแล้วก็แนบกุหลาบดอกเล็กๆไปให้ ผมส่งมันให้คุณ แต่ว่าคุณขว้างทิ้งก่อนที่จะพูดว่า ‘แล้วฉันจะเอาไอ้การ์ดขยะนี่ไปเพื่ออะไร ?’ … นั่นแหละคือจุดแปลงทั้งหมดทั้งปวง พ่อผมเริ่มเมาจนเสียสติ รวมทั้งตัวผมก็โดดขึ้นเวทีชกมวยตั้งแต่นั้นมา”

ถูกสิ่งรอบตัวหนุน ให้เขาเป็นผู้ที่ ยอมหักไม่ยอมงอ และก็โน่นราวกับจะเป็นนิสัยที่เหมาะกับการเป็นนักมวยอย่างยิ่ง ความแข็งกร้าวถูกส่งผ่านมายังสไตล์การชกของเขา  เป็นมวยเม็กซิกันพันธุ์แท้ เดินต่อยไม่ยั้ง เปิดหน้าเเลกอย่างเดียว เขาเริ่มสร้างชื่อเสียงภายหลังจากเทิร์นโปรในปี 2004 ไต่ขึ้นมาจนกระทั่งเปลี่ยนเป็นแชมป์โลกรุ่นไลท์เวลเตอร์เวต ของ WBO ต่อจากนั้นในปี 2008 ก็ได้รับการโหวตจาก ESPN ให้เป็นนักมวยดาวรุ่งยอดเยี่ยมที่ปีอีกด้วย

ออร์ติซ ชนะคู่ต่อยแบบไม่หยุดยั้ง มีเพียงแต่ครั้งเดียว (ก่อนถึงไฟต์ที่พวกเราจะเอ่ยถึง) แค่นั้นที่เขาแพ้แบบไม่ครบยก โน่นเป็นการโดน คาร์ลอส ไมดาน่า น็อกยก 6 ในปี 2009 เพียงแค่นั้น แต่ว่าในเวลานั้นเขายังอายุเพียงแค่ 21 ปี ทำให้หลายคนเห็นว่า โน่นเป็นความพ่ายแพ้ที่จะทำให้เขาเเกร่งขึ้นไปอีกเมื่อโตขึ้น

แม้ว่าจะแพ้แต่ว่าความห้าวยังคงอยู่ ไม่ได้เสียขวัญ แล้วก็แปลงเป็นมวยไฟเตอร์แถวหน้าของโลกภายหลังจากแพ้ให้กับ ไมดาน่า จริงๆเวลาผ่านไป 2 ปีจากนั้น เขาถูกเรียกว่า “โกลเดน บอย คนถัดไป” และก็การจะเป็นแบบนั้นได้ เขาจำเป็นต้องพิสูจน์ตนเองกับนักมวยที่เก่ง ที่สุดในสมัยนั้น โน่นเป็น เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ นั่นเอง

ไม่มีความกลัวปรากฎบนสีหน้ารวมทั้งคำสัมภาษณ์แม้แต่น้อย ไม่เคยทราบว่าจะด้วยใดๆ ประกาศอย่าง กล้าหาญแบบไม่กลัวเกียรติฟลอยด์แม้แต่น้อย เขาอยากที่จะให้ฟลอยด์โกรธ ให้เอาจริงเอาจัง และก็ที่สำคัญที่สุด การพูดแบบนั้นทำให้ไฟต์ดังที่กล่าวถึงมาแล้วเป็นด้ามจับตาของคนทั่วทั้งโลก

ใครใช้ให้อ่อนหัด

“ผมคิดมาตลอดว่าไอ้ฟง ไอ้ฟลอยด์ นี่มันเป็นคนไหนเหรอ? … ประเดี๋ยว 17 เดือนกันยายน 2011 ทุกคนก็ทราบเองว่าผู้ใดกันแน่จะกลุ่มผู้ใดกันจะนายสิบ ฉากในที่สุดของอาชีพของนักมวยคนหนึ่ง ในตอนที่อีกคนกำลังเริ่มตัน” ที่อายุน้อยกว่า 10 ปี ว่าอย่างงั้น และก็บังเอิญว่าไม่ใช่แค่เขาที่รู้สึกว่าสิ่งที่กล่าวจะเป็นจริง หลายสื่อก็ยังลงบทความ ใหญ่มโหฬารว่า บางโอกาส ช่วงของฟลอยด์ “บางครั้งก็อาจจะเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุด” เเล้วก็เป็นไปได้

“วิคเตอร์ สามารถเอาชนะ  เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ ได้” นี่เป็นพาด หัวสกู๊ปของ Bleacher Report ที่โหมโรง เกี่ยวกับไฟต์นี้

“หลายคนพูดว่าฟลอยด์นอนมา แต่ว่าผมไม่คิดแบบนั้น วิคเตอร์ จะเป็นพิมพ์เขียวของนักมวยยุคใหม่ รวมทั้งเขาจะเป็นคลื่นหนตามหลังตำนาน พริตตี้ บอย กระเด็นออกจากบัลลังก์แน่” รอรี่ บาร์ส ผู้เขียนบทความชี้แจงความ เชื่อของเขาและขยายความต่อ กดดันคืออะไร

รอรี่ กูรูมวยชาวอเมริกันการันตีต่อว่า เป็นนักชกที่ได้รับ การดูแลจากสมาคมมวยสุดยอดมากยิ่งกว่านักมวยผู้อื่นเขายกตัวอย่างไฟต์กับ โฮเซ่ หฝ่าส์ กาสตีโญ่ ในปี 2002 และก็ ไฟต์กับ แซ็บ ยูดาห์ ในปี 2006 ที่ เป็นข้างชนะภาย หลังต่อยครบ 12 ยกนั่นเอง

อีกหนึ่งเหตุผลที่สื่อใหญ่จากอเมริกันให้ความเชื่อมั่นแก่ ออร์ติซหมายถึง ไม่เคยได้พบนักมวยสายเดินที่กำลังชายหนุ่ม ฉกรรจ์อย่าง มาก่อน ถึงขนาด ที่บอกว่า นั้นอัดแม้กระนั้นมวยส้วมเพื่อยืดอายุแชมป์ไม่มีแพ้ … หากแม้ ริคกี้ ฮัตตัน, อาร์ตูโร่ กัตติ แล้วก็ ฮวน มานูเอล มาร์เกซ จะมีฝีมือ แต่แต่ละคนก็ช้าเกินกว่าจะเอาชนะมวยทรงฟลอยด์ได้

” เป็นนักชกที่มีแบบ จำลองมาจาก กาสตีโญ่ มีความมากมายหลากหลาย คาดคะเนยาก และก็มีค้างแร็คเตอร์ที่เเข็งเข้มแข็ง เขาพร้อมจะหามสายรัดเอวแชมป์ของ “เดอะ มันนี่” ออกมาจากประตูได้แน่ ถ้าเกิดเขาสามารถทำให้ หมดพลังงาน จากการหนีหมัดที่ยิงไม่หยุดของเขาได้” ฝั่ง BR สิ้นเรื่อง

ในเวลาที่ฝั่ง ESPN สื่อกีฬาใหญ่สุดยอดก็มองเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ไม่เหมือนกันระหว่างมวยรับสุดขั้น กับบุกสุดขีด ได้โอกาสหนจะก่อให้ ออร์ตำหนิซ เอาชนะได้ พวกเขาบอกเหตุผลไว้ 5 ข้อสำคัญๆโดยเน้นย้ำไปที่เรื่อง “วัน ได้รับความนิยม วอนเดอร์” (หรือ หมัดฟ้าประทาน) ของฝั่ง ออร์ว่ากล่าวซ ที่ดีเพียงพอจะทะลุการ์ดที่ดีเยี่ยมที่สุดในโลกของยิ่งไปกว่านี้ยังมี การอ้างอิงถึง ไฟต์เก่าๆของฟลอยด์ที่ รับประทานมวยอ่อนมามากมาย กระทั่งอาจ ทำให้สนิมเกาะ รวมทั้งที่สำคัญ ยังมีศักยภาพอีกมากมายที่ซ่อนอยู่

แล้วก็ข้อสุดท้ายเป็นนี่เป็นไฟต์ในที่สุดที่ คาดหวังจะเอาชนะ สูงที่สุดในชีวิตของเขา นอกจากจะชนะในเเง่ของผลการแข่งขันแล้ว ออร์ติเตียนซ ยังหวังให้ไฟต์นี้เป็นการประกาศตัวตนของเขาให้คนทั่วทั้งโลกรู้จักในครั้งเดียว

นั่นเป็นสิ่งที่เหล่าเฮทเตอร์ (กองแช่ง) ต้องการจะมองเห็น เนื่องจากพวกเขาเบื่อ ที่ทำให้การต่อยชิงชนะเลิศโลกสร้างความง่วงเหงาหงอย ง่วงเหงาหาวนอน เนื่องจาก เป็นมวยตั้งรับ ดักต่อย รวมทั้งถ้าไม่ได้ พบผู้ที่เดินเข้าพบเก่งจริงๆก็แทบไม่โดนต่อยเลย นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าเพราะเหตุใดเขาก็เลยถูกเรียกว่า “พริตตี้ บอย” อันสื่อความหมายมาจาก “โคตรมวย” ที่ชนะโดยที่หน้าไม่มีแผลปูดบวมนั่นเอง

16 เดือนที่ผ่านมาต่อยกับ เป็นวันว่างของ เมย์เวทเธอร์ ที่ไม่ได้ขึ้นเวทีต่อยแบบเป็นทางการเลย ดังนั้นไม่แปลกที่คนไหนกันแน่มุ่งหวังว่าเขาจะเชื่องช้าไม่ทันกาล แล้วก็ผู้ครอบครองเข็มขัดเเชมป์โลก 5 รุ่นต้องโดนอัดจน กระทั่งเข็มขัด กระเด็นในท้ายที่สุด

3 ยกแรกที่ MGM Grand ลาสเวกัส ชายหนุ่มทำเป็นดีสำหรับเพื่อการชวนทะเลาะตลอดเวลา ตอดเล็กตอดน้อยจนกระทั่งฟลอยด์จะต้องอารมณ์เสีย แต่ก็ยังคงเป็นฟลอยด์ ที่ไม่ออกอาการเป๋ให้คนไหนมองเห็น หนำซ้ำยังดักสวน ให้มวยชาย หนุ่มเสียรูปเป็นช่วงๆ

การชกของมวย กระดูกอย่าง ปั่นประสาท ไปในตัว จนกระทั่งในที่สุด ที่ต่อยเท่าไรแม้กระนั้น ยังคงเก็บความรู้สึก ได้ก็เริ่มหงุดหงิด แล้วก็ใช้หัวชนจนกระทั่งผู้ตัดสินจะต้องหักคะแนนเขา แต่ว่าภายหลัง จากกลับ มาต่อยกันใหม่ ก็ตั้งสมาธิได้รวมทั้งเข้าไปขออภัยขอ โพยฟลอยด์

ทั้งคู่คนเสมือนจะกอดคอเลิกรบ แล้วหลังจากนั้น ก็เดินไปขออภัยฟลอยด์เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งในจังหวะนั้นเองนับ ว่ายังอยู่ในช่วง ของการต่อยธรรมดาอยู่ และก็การที่ ลดการ์ดลงก็เป็นการให้โอกาสให้ ปราบแบบที่ ช็อคคนทั่วโลก

ไม่รอคอยให้ ชนนวมเสร็จ เรียบร้อย 100% เนื่องจากเมื่อ คู่ต่อยเปิดการ์ด ชักหมัดฮุกใส่ แบบเต็มๆในทันที โดนอย่างนั้นจังๆไม่ ว่าใครก็ยืนไม่ไหว แม้ว่าจะพากเพียรเท่าใด ก็ลุกไม่ขึ้น ผู้ตัดสินในวันนั้นจะ ต้องเลิกการต่อยแล้วก็ให้ ในวัย 34 ปี เป็นข้างชนะน็อคแล้วก็คว้าแชมป์ โลกรุ่นเวลเตอร์เวตไปครองได้เสร็จ

ใครใช้ให้อ่อนหัด ผู้ชมฝั่งออร์ติซโห่ลั่นในความ “ขี้โกง” จากมุมมองของพวกเขา ไม่ต่างจากแฟนทางบ้านที่ซื้อเพย์เพอร์ทิวทัศน์กว่า 1.2 ล้านครอบครัว ป้อมดวงใจว่าการทำแบบงี้ไม่ได้แตกต่างกับพวกขี้ปอดแหก เนื่องจากว่าในระหว่างที่ เดินหน้าชกฟลอยด์ ทำเเต้มเรื่อยถ้าเกิดเกมกินเวลา ออร์ตำหนิซ จะยิ่งเป็นต่อเนื่องจากชายหนุ่มกว่า ฟิตกว่า และก็น้ำหนักตัว (ที่ขุนเพิ่มข้างหลังชั่งน้ำหนักผ่าน) มากยิ่งกว่า … นี่เป็นการฉ้อโกงแบบตัดไฟแต่ต้นลมชัดๆ

“ผู้ตัดสินบอกให้ผมพักผ่อนก่อน (หลังจากโดนตัดคะแนน) ผมก็เชื่อตามที่ผู้ตัดสินบอกเเล้วยังไง ผมพักและก็ จะชนนวมกับเขา แต่ว่าเพียงพอ ผมแหงนเท่าล่ะ บู้ม ! ผมก็น็อคไปแบบที่พวกท่านมองเห็นนั่นแหละ”

ช็อตดังกล่าวเป็นช็อตที่ทำให้ “พริตตี้ บอย” ขายหน้า เพราะสำหรับในการตัดฉากนั้นเพียงแค่ฉากเดียวรวมทั้งฉายผ่านสื่อต่างๆทำให้ภาพลักษณ์ของฟลอยด์ ยิ่งถูกตอกย้ำว่าเป็นพวกขี้โกง แล้วก็ลูกรักของผู้ตัดสิน เสมือนที่เคยเป็นๆมาก่อนหน้านี้

ใครใช้ให้อ่อนหัด ไม่แปลกที่หลายคนจะมองดูอย่างงั้น แม้กระนั้น ฟลอยด์ ก็คือ ฟลอยด์ เขาตอบกลับโดยทันทีภายหลังโดนมองดูเป็นพวกขี้โกง คำตอบของเขานั้นแจ่มกระจ่าง และทำเอาเหล่ากองแช่งหน้าสั่น