ฟอนต์ต้อนแต้ม ไล่ตี “การ์แบรนดท์” ศึกยูเอฟซีไฟท์ไนท์

ฟอนต์ต้อนแต้ม

ฟอนต์ต้อนแต้ม ยูเอฟซีองค์กรณ์ศิลปะการต่อสู้และคุ้มครองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ระเบิดศึกการดวลกันของนักสู้ในสังเวียน 8 เหลี่ยม

ฟอนต์ต้อนแต้ม ภายใต้ศึกยูเอฟซีไฟท์ไนท์:ฟ้อนท์ ปะทะแกรบรานท์ กับความบันเทิงตื่นเต้นเน้าดวงใจ ที่จัดเป็นประจำทุกสัปดาห์ โดยไฮไลท์ของอาทิตย์นี้อยู่ในรุ่นแบนตัมเวต เป็นการปะทะต่อสู้หน้ากันระหว่าง ร็อบ ฟอนต์ รองแชมป์เบอร์ 3 คนประเทศอเมริกา อาศัยจังหวะออกอาวุธที่ถูกต้องแม่นยำแล้วก็เป็นจริงเป็นจัง ไล่ตีเอาชนะคะแนน โคดี การ์แบรนดท์ นักสู้ตัวลายเพื่อนร่วมชาติ ไปได้อย่างเป็นเอกฉันท์

ในศึกยูเอฟซีไฟท์ไนท์:ฟ้อนท์ปะทะแกรบรานท์ ในสังเวียนความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิคอารีน่า ลาส เวกัส ประเทศอเมริกา เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคม ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

จนกระทั่ง “โนเลิฟ” กางตำรับตำราเรียนรับเกือบจะไม่ทัน จนกระทั่งจะต้องเปลี่ยนแผนมาอาศัยการต่อสู้ภาคพื้นดิน ถึงแม้ว่าก็ไม่ถนัดนักเกือบจะก่อปัญหาให้กับ ฟอนต์ แทบไม่ได้ ไปสู่ 2 ยกสุดท้ายเกมการต่อสู้เป็นของ ฟอนต์ อย่างชัดเจน รวมถึงประเคนอาวุธใส่จนกระทั่ง การ์แบรนดท์ เจียนอยู่เจียนไป

ถึงแม้ว่าท้ายที่สุดยังกัดฟันเอาชีวิตรอดจนกระทั่งครบ 5 ยก ผลกปรากฏว่า ร็อบ ฟอนต์ ต้อนเอาชนะคะแนน โคดี การ์แบรนดท์ ไปได้อย่างเป็นเอกฉันท์ และเพิ่มสถิติเป็น ชนะ 18 แพ้ 4 แล้วก็ยังไม่เคยพ่ายน็อคให้กับใคร

ส่วนรองคู่เอกเป็นการต่อสู้ในรุ่นสตคอยว์เวตหญิง ระหว่าง หยาน เสี่ยว หนาน นักสู้ซูเปอร์สตาร์สาวขวัญใจชาวจีน ดวลกับ คาร์ลา เอสปาร์ซา คู่ปรปักษ์คนอเมริกัน โดยคู่การต่อสู้จบลงในยกที่ 2 เท่านั้นเอง

โดยเป็นข้างของ “คุกกี้มอนสเตอร์” ที่พุ่งเทคดาวน์ใส่ “ฟูรี่” ได้ตั้งแต่ยกแรก คอนโทรลการสู้ท่านอนได้ดีเยี่ยม เตรียมพร้อมล็อคแขนคู่ประมือชาวจีน ก่อนจะรัวฟันศอกใส่ หยาน เสี่ยว หนาน ไม่ยั้งจนกระทั่งผู้ตัดสินสั่งเลิกการต่อยในยกที่ 2 พร้อมยกมือให้ คาร์ลา เอสขว้างร์ซา ชนะครั้งเคโอ ไปได้ในยกที่ 2 เพิ่มสถิติเป็นชนะ 18 แพ้ 6

ฟอนต์ต้อนแต้ม

ฟอนต์ต้อนแต้ม ธิติสรรณ์ปั้นโหมด: หมัดโนเนมวัย 19 สู่ความคาดหวังวีรบุรุษเหรียญโอลิมปิกคนต่อไป

ครั้งหนึ่ง “พเยาว์ พูลธรัตน์” เคยสร้างความสบายแล้วก็แรงกระตุ้นไม่รู้จักจบสิ้นแก่ชาวไทย เมื่อเขาแปลงเป็น วีรบุรุษเหรียญโอลิมปิกคนแรกของประเทศ ในขณะที่เจ้าตัวอายุเพียงแค่ 19 ปีเท่านั้น 45 ปีผ่านไปธิติสรรณ์ปั้นโหมดกำลังสืบต่อตำนานบทใหม่

หลังจากคว้าโควต้าไปฝ่า “เมืองโตเกียว เกมส์” ได้เสร็จในตอนวัยเดียวกับพเยาว์ แปลงมาเป็นความหวังใหม่ของแม่ทัพเสื้อกล้ามกรุ๊ปชาติไทย ที่สำคัญหนึ่งในคู่แข่งขันที่ธิตำหนิสรรณ์ ปราบมาได้ มีดีกรีเป็นถึงแชมป์โลก รวมทั้งผู้ครอบครองเหรียญโอลิมปิกสมัยที่แล้วหมาดๆเด็กหนุ่มสาวคนนี้เป็นคนไหนกันแน่?

เพราะเหตุใดถึงแจ้งเกิดได้อย่างรวดเร็วตั้งแต่การเลือกเฟ้นตัวหนแรก? เมนสแตนด์มีปัญหาราวทางของธิติสรรณ์ปั้นโหมดก่อนออกไปล่าฝันในทัวร์นาเมนต์ที่เกียรติ “โอลิมปิก เกมส์ 2020” มาบอกกล่าวกัน เหลิม-ธิติสรรณ์ปั้นโหมดเกิดช่วงวันที่ 5 ธ.ค. พ.ศ. 2543

ตอนนี้อายุ 20 ปี เป็นชาวอำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร เขาเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจับนวมต่อสู้ เพราะว่าป๊ะป๋า สายันห์ ปั้นโหมด ที่มีงานที่ทำอยู่เป็นประจำเป็น “กำนัน” ทำค่ายฝึกมวยเล็กๆ ชื่อว่า “ส.สายันห์” ธิติสรรณ์ ก็เลยคุ้นกับกับกีฬามวยไทยแล้วก็เคยผ่านการขึ้นชกบนเวทีภูธรมาบ้าง

มีดีกรีเป็นแชมป์ภาคเหนือ เมื่อเรียนจบชั้นประถมเล่าเรียน ครอบครัวแลเห็นแววเด่น ก็เลยส่งเสริมให้เขาศึกษาต่อระดับมัธยมฯที่โรงเรียนกีฬาหน่วยงานบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ที่ตรงนี้ทำให้ธิว่ากล่าวสรรณ์ รู้จักโลกของกีฬาต่อสู้ที่มากกว่าแค่เพียงมวยไทย ข่าวมวย วันนี้

เขาถูกเทรนวิชามวยสากลภายใต้ฝึกสอนของ คุณครูผดุงชัย พันนุมา เพียงแต่ 2 ปีธิติสรรณ์ สามารถก้าวไปครองแชมป์กีฬายุวชน-เยาวชนแห่งชาติ ในปี 2558 แปลงบัตรผ่านทางสู่แคมป์มวยสากลสมัครเล่นกรุ๊ปชาติไทย รุ่น 49 โล

โดยธิติสรรณ์ ไต่เต้าสร้างผลงานในระดับเยาวชน เริ่มจาก เหรียญทองแดง ศึกเยาวชนชิงแชมป์ทวีปเอเชีย ปี 2560, เหรียญเงิน การประลองชิงแชมป์เยาวชนทวีปเอเชีย ปี 2561 ก่อนผงาดซิวเหรียญทอง ศึกชิงแชมป์เยาวชนโลก ในปี 2560 จากผลงานอันยอดเยี่ยม

นำมาซึ่งการทำให้ท้ายที่สุดธิติสรรณ์ปั้นโหมดถูกดันขึ้นสู่ กรุ๊ปชาติไทยชุดใหญ่ ในฐานะนักต่อยเบอร์ 2 ของรุ่น 52 กิโล ในช่วงเวลาที่เจ้าตัวอายุแค่เพียง 18 ปีเท่านั้นเอง

ฟอนต์ต้อนแต้ม

ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่เก็บตัวฝึกกับ กรุ๊ปชาติไทยชุดใหญ่

เขาต้องเจอกับบททดสอบทั้งกายและจิตใจ ในแคมป์ที่สร้างวีรบุรุษเหรียญโอลิมปิกจำนวนมาก แถมยังต้องปรับแต่งสมรรถนะความรู้ความเข้าใจและร่างกายตัวเอง เพื่อปราบดวงใจคนฝึก เนื่องจากพิกัดนี้ มี อมฤทธิ์ เยาว์ดำ เป็นตัวเลือกแรก ความมานะบากบั่นไม่เคยเสียเปล่า

แม้ถูกเรียกเป็นตัวสำรอง แม้ว่าครั้งใดก็ตามฝึกหัดธิติสรรณ์ปั้นโหมดแสดงให้ถึงความเป็นจริงเป็นจัง สนใจ พรแสวงที่เต็มเปี่ยม พร้อมเรียนของใหม่ตลอดเวลา นั่นก็เลยทำให้เมื่อวิถีทางมาถึงด้านหน้า

ผู้ชายวัย 19 ปีตอนนั้น ไม่ปล่อยให้มันหลุดมือ สต๊าฟฟ์ผู้ฝึกมวยสากลสมัครเล่นกรุ๊ปชาติไทย ตกลงปลงใจสลับตัวส่งธิติเตียนสรรณ์ ไปเป็นตัวแทนรุ่น 52 กิโล ในรอบคัดเลือก โอลิมปิก เกมส์ 2020 โซนทวีปเอเชีย-โอเชียเนีย โดยเขารู้ตัวล่วงหน้าก่อนเดินทางแค่เพียง 3-4 วันเท่านั้น ก็ต้องรีบเก็บกระเป๋ามุ่งไปสู่สนามเลือกสรรที่ประเทศจอร์แดน

รอบแรกธิติสรรณ์ เริ่มด้วยการเก็บชัยเหนือ ทาชิ วังจิ จากภูฏาน ผ่านไปสู่รอบสอง เจอของแข็งอย่าง คิม อิน กู นักต่อยมือวางชั้น 4 ของรายการจากประเทศเกาหลีใต้ แม้ว่าหมัดเลือดจังหวัดพิจิตรก็ผ่านด่านมาได้ มวยไทย

ก่อนจะสืบต่อความมั่นใจ ปราบ อเล็กซ์ วินวูด จากออสเตรเลีย ในรอบ 8 คนภายในที่สุด หลุดทะลุไปสู่รอบ 4 คนภายในที่สุดไปพบกับ “ชาโคบิห์ดิน ซอยรอฟ” นักต่อยเแชมป์โลกมวยสากลสมัครเล่น รุ่น 52 โล และผู้ครอบครองเหรียญทองโอลิมปิก 2016 ชาวอุซเบกิสถาน

ที่ในทัวร์นาเมนต์นี้โชว์ฟอร์มดุ ต้อนผู้แข่งขันมาตลอดทุกไฟต์ ก่อนต่อยคนใดก็มีความเห็นว่า ซอยรอฟ วัย 27 ปี เหนือกว่าธิติสรรณ์ ทุกด้าน แต่ตลอด 3 ยกบนเวที เปลี่ยนเป็น หมัดวัย 19 ปีคนประเทศไทยที่ออกอาวุธได้คมกว่าทุกยก ทำเอาหมัดเหรียญทองโอลิมปิกสมัยที่แล้วทำอะไรไม่ได้เป็นชิ้นเป็นอัน

ครบยกผู้ตัดสินยกมือให้ธิติเตียนสรรณ์ เป็นผู้ชนะ แบบไปเหนือความคาดหวังชนิดที่วิทยากรภาษาอังกฤษถึงกับออกปากมองไม่หยุด ซื้อตั๋วไปโอลิมปิก เกมส์ ได้เสร็จ ถึงแม้ในรอบชิงชนะเลิศการเลือกเฟ้นทีนั้นธิติสรรณ์ปั้นโหมด จะแพ้ให้กับ “หู จิน กวน” นักต่อยกรุ๊ปชาติจีน มือวางชั้น 2 ของรายการ ถึงแม้โน่นก็เพียงพอที่จะทำให้เขาแปลงสถานะจาก หมัดโนเนม สู่นักต่อยที่น่าสังเกตดูใน โอลิมปิก เกมส์ 2020