จัดการเขย่าวงการ “กอร์ดอน ไรอัน” ดวล “ชินยะ อาโอกิ” เริ่มศึกวัน

จัดการเขย่าวงการ

จัดการเขย่าวงการ บอสใหญ่ วัน แชมเปียนชิพ ประกาศข่าวด่วนสุดเซอร์ไพรส์ จับคู่ “กอร์ดอน ไรอัน” นักปล้ำรัดจับล็อก ผู้ชายชื่อก้องโลก

จัดการเขย่าวงการ แข่งความรู้ความเข้าใจกับจอมรัดเลือดซามูไร “ชินยะ อาโอกิ” วันศุกร์ 27 เดือนสิงหาคม นี้ “เดอะคิงส์” กอร์ดอน ไรอัน โด่งดังของแฟนกีฬาการต่อสู้อย่างยอดเยี่ยมในฐานะนักปล้ำรัดจับล็อก ผู้มีอำนาจชั่วกัลปาวสาน

โดยเขาได้เซ็นสัญญาเข้ามาอยู่ภายใต้ชายคา วัน แชมเปียนชิพ เมื่อช่วงปลายมี.ค.เท่าที่ผ่านมา แล้วก็กำลังจะมาเผยตัวหนแรกบนสังเวียนเร็วๆนี้ โดยด้านบอสใหญ่ของ วัน แชมเปียนชิพ

“ชาตรี ศิษย์ยอดธง” เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า กอร์ดอน จะเริ่มศึกแรกกับ เคยชินยะ อาโอกิ ในรุ่นไม่จำกัดน้ำหนัก สำหรับเพื่อการแข่งขันปลุกปล้ำรัดจับล็อก วันที่ 27 เดือนสิงหาคมนี้ ภายใต้กติกากับ วัน แชมเปียนชิพ นักกีฬาชาวอเมริกันวัย 25 ปี สามารถลงแข่งขันในกติกาการต่อสู้แบบประสาน หรือปลุกปล้ำรัดจับล็อก ได้

แล้วก็ ณ ตอนนี้เขาตกลงปลงใจที่จะเริ่มศึกแรกในกติกาที่ถนัดอย่างปลุกปล้ำรัดจับล็อก โดยพกความเชี่ยวชาญในเกมบราสิเลียนยิวยิตสูระดับสายดำ แล้วหลังจากนั้นก็ดีกรีแชมป์โลก 3 สมัย แล้วหลังจากนั้นก็ แชมป์โลก3 สมัยประจำตัวมาด้วย

ด้าน “คุ้นชินยะ อาโอกิ” เจ้าตำนานจอมรัดดินแดนซามูไร วัย 38 ปี ได้รับการจับคู่ให้ชิงชัยความรู้ความเข้าใจกับ กอร์ดอน ในศึกสุดพิเศษนี้ เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าเขาเป็นนักสู้แถวหน้าของ วัน แชมเปียนชิพ ผู้ครอบครองสายดำบราซิลเลียนยิวยิตสูและยูโด รวมทั้งเคยนั่งบัลลังก์แชมป์โลกวัน รุ่นไลต์เวตมาแล้วถึง 4 สมัย

โดยปัจจุบันนี้รั้งชั้น 2 ของแรงกิงวัน รุ่นไลต์เวต แล้วหลังจากนั้นก็ยังครองสถิติซับมิชชันมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของ วัน แชมเปียนชิพ ถึง 9 ครั้ง ว่ากันว่า เคยชินยะ นั้นมีบัญชีแค้นเคืองกับเพื่อนร่วมกลุ่มของ กอร์ดอน มาก่อนโดยในเดือนพฤษภาคม 2560

ชินยะ เคยลงแข่งขันในศึกปลุกปล้ำรัดจับล็อก กับ “เดอะไลอ้อนคิลเลอร์” แกรี โทนอน ซึ่งจู่โจม ชินยะ

จัดการเขย่าวงการ

จัดการเขย่าวงการ ก่อนมาเป็นซุปตาร์! กลับปูมชีวิต “ตะวันฉายพี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม” ยอดมวยไทยที่ยุค

แฟนหมัดมวยคนไทย ไม่มีผู้ใดไม่เคยทราบผู้ครอบครองฉายา “ซ้ายดารา” ตะวันฉายพี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม นักมวยเด็กหนุ่มสไตล์โอปป้า สูงยาวตี๋ขาว ความรู้ความเข้าใจร้ายกาจชนิดหาตัวจับยากคนหนึ่งของวงการ เรียกว่าขึ้นแท่นซูเปอร์สตาร์เบอร์ต้นๆของเมืองไทย ตั้งแต่อายุเพียงแต่ 21 ปี

แม้กระนั้นกว่าจะมีวันนี้จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า พระอาทิตย์ฉายผ่านอะไรมาบ้างในตอนวัยเด็กที่แสนตรากตรำที่บิดามารดาแยกทางกัน ตะวันฉายเกิดช่วงวันที่ 7 เมษายน 2542 ชื่อจริง นายณรงค์ศักดิ์ แก้วมาลา ชื่อเล่น “กัน” เป็นคน ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรีมีลูกพี่ลูกน้องทั้งปวง 3 คน เขาเป็นคนเล็ก

กัน ถูกอกถูกใจดูมวยมาตั้งแต่เด็ก ก็เลยขอให้พ่อพาไปฝึกมวยที่ค่ายเพชรเจริญรุ่งเรืองใกล้ๆบ้าน ซึ่งเป็นของ “อาจารย์นุ” วิษณุชัย เพชรรุ่งเรือง อดีตสมัยมวยดังเมืองพัทยา โดยมี อนันต์ศักดิ์ เปียปลาบปลื้ม เป็นคุณครูมวยคนแรก ตอนหลังฝึกได้สักระยะก็ขึ้นชกโชว์ที่บาร์แห่งหนึ่งแถวชายทะเลเมืองพัทยา ในชื่อ “จตุคาม เพชรเจริญรุ่งเรือง”

เอาชนะน็อกคู่ต่อยเพียงยกแรกจากการเตะซ้ายอย่างเดียว ได้รับเงินรางวัลเป็นทิปจากนักท่องเที่ยวต่างถิ่นราว 800 บาท ด้วยความรู้สึกยินดีในกีฬามวยบวกกับพรสวรรค์และรูปร่างที่แคล่วคล่องว่องไว และก็ความมุ่งมั่นตั้งใจ ทำให้ จตุคาม แก้ไขความรู้ความเข้าใจขึ้นอย่างรวดเร็วจากการเดินสายชกมวยเด็กในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ขยายไปทั่วภาคทิศตะวันออกรวมทั้งอีสาน ก่อนจะเข้ามาต่อยที่เวทีเวทีลุมพินี กรุงเทพมหานคร

ช่วงอายุ 14 ปี ภายใต้การดูแลของค่าย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม ของ “เสี่ยแขก” สมชาย เทศเจริญก้าวหน้า ก็เลยเปลี่ยนชื่อจาก จตุคาม มาเป็นพระอาทิตย์ฉาย โดยพระอาทิตย์ฉาย รุ่นพี่ร่วมค่ายผู้นำเข้ามาอยู่ในสังกัดเดียวกัน เป็นคนตั้งให้ เมื่ออยู่กับค่ายใหญ่ได้ผู้ฝึกเก่งอย่าง “สมหวัง มาทอง” ก็ยิ่งทำให้ พระอาทิตย์ฉายปรับแก้ความรู้ความเข้าใจไปอย่างก้าวกระโจน ข่าวมวย วันนี้

จนกว่าสามารถคว้าสายรัดเอวแชมป์ประเทศไทย รุ่นเฟเธอร์เวต 126 ปอนด์ เป็นเส้นแรกในปี 2560 เมื่ออายุ 18 ปี และปีต่อมาก็ได้แชมป์สัมพันธ์กีฬามวยไทยนายของหวานต้ม รุ่นซูเปอร์ไลท์เวต 140 ปอนด์, รางวัลยอดมวยไทยกีฬาอวอร์ด, นักมวยยอดเยี่ยมสนามแข่งมวยเวทีลุมพินี, นักมวยขวัญใจมหาชนดีที่สุด, รางวัลนักมวยไทยอาชีพดีเด่น แล้วก็ นักมวยไทยอาชีพดีเด่นการกีฬาแห่งประเทศไทยในปีเดียวกัน

เรียกว่า ปี 2561 เป็นปีทองของ ตะวันฉายได้รางวัลจากหลายองค์กรอย่างล้นหลาม คราวหลังโชว์ฟอร์มเดือดเอาชนะมวยหมัดหนักอย่าง กุหลาบดำ สมาชิกสภาจังหวัดเปี๊ยกอุทัย ตะวันฉายก็ได้รับนามสมมุติจากสื่อมวลชนว่า “ซ้ายดารา” ด้วยลักษณะบริเวณใบหน้าตี๋ ขาว สูง มองดูสะอาดสะอ้าน แม้ชีวิตวัยเด็กเขาจะเผชิญปัญหาฐานะทางบ้าน บิดามารดาแยกทางกัน

แต่วันนี้ ตะวันฉายก็เป็นตัวอย่างที่ดีของนักมวยเด็กหนุ่มที่หารายได้เลี้ยงครอบครัว แถมยังมีหัวการขายเปิดฟาร์มชนไก่เพาะพันธุ์ไว้ขาย และจากนั้นก็เป็นเน็ตไอดอลของวงการมวยไทยที่มีผู้ติดตามหลายแสนคน ตอนนี้ ตะวันฉายเรียนจบระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงจากวิทยาลัยเทคโนโลยีการขายของราชดำเนิน สาขาการตลาด และวางเป้าจะศึกษาต่อปริญญาตรีด้านกฏหมาย ด้วยเหตุว่าอนาคตอยากเป็นตำรวจรับใช้กองทัพ

ซึ่งที่ผ่านมาเขาเคยสมัครเป็นนักกีฬามวยสากลสมัครเล่นชิงแชมป์ประเทศไทย และครอบครองรางวัลรองชนะเลิศชั้น 2 เหรียญทองแดง ให้กับกรุ๊ปตำรวจมาแล้ว ตอนนี้ ตะวันฉายเซ็นสัญญาเข้าไปอยู่ในสังกัดของรายการระดับประเทศ วัน แชมเปียนชิพ โดยถึงเวลาเบิกชัยในฐานะคู่รองของศึกวันแดนกัล โดยถูกตามติดให้ฟาดปากไฟต์แรกกับมวยบู๊ชาวไอริช “ฌอน แคลนซี”

จัดการเขย่าวงการ

รักษากันไปนะเรา! “แสนชัย” ถึง “บัวขาว” ด้านหลังเจอเรื่องคดีถูกฟ้อง 25 ล้าน

“โคตรมวยสารคาม” แสนชัย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม ยอดนักต่อยมีชื่อของเมืองไทย ที่ผ่านขณะย่ำแย่กาลครั้งหนึ่งในชีวิต เมื่อมีลักษณะอาการหอบเป็นอย่างมาก ก่อนที่จะเข้ารับการตรวจหาเชื้อซึ่งผลออกมาว่าเจ้าตัวติดเชื้อโควิด-19 ทำให้จำเป็นต้องเข้ารับการดูแลรักษาตัวที่โรงพยาบาลไปเมื่อวันที่ 24 เดือนเมษายน ก่อนหน้าที่ผ่านมา

แต่ว่าตอนนี้ ยอดนักต่อยวัย 40 ปี ได้ออกมาจากโรงหมอเป็นที่เป็นระเบียบ แต่ยังควรต้องมากักตัวที่บ้านต่อตามเวลา 14 วัน ตามคำสั่งของกรุ๊ปแพทย์ ซึ่งเจ้าตัวได้ฝากประเด็นหลักถึงแฟนมวยว่าผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัว แสนชัยมวยไทยยิม “ตอนที่อยู่ในโรงหมอชีวิตผมเช่นเดียวกันกับจะมืดมนไปหมด ตอนนี้เหมือนได้ชีวิตใหม่กลับมา เราต้องรักษาชีวิตของเราไว้ให้ดีๆอย่าประมาทเด้อครับผมญาติ รักแล้วก็เป็นห่วงลูกพี่ลูกน้องทุกๆคนเด้อครับ” มวยไทย

ขณะเดียวกันนี้เจ้าตัวที่ได้ทราบข่าวเกี่ยวกับ “ดำดอทคอม” บัวขาว ออกคำสั่งก้อนเมฆ ยอดนักต่อยรุ่นน้องที่กำลังเป็นคดีความฟ้องร้องกับ ภรรยานอกกฎหมาย เกี่ยบกับเรื่องค่าเลี้ยงดูอุปการะลูกหญิงเป็นเงิน 25 ล้านบาท ก็ได้โพสต์เนื้อความให้กำลังใจว่า “ข่อยรักษาตัว เจ้ารักษาหัวใจ สู้ๆกันไปนะเราสองคน ชั่วประเดี๋ยวมันก็ผ่านไป”

งานนี้ทำเอาบรรดาแฟนคลับต่างเข้ามาคอมเมนท์ให้กำลังใจนักมวยทั้งสองคนเป็นจำนวนมาก ที่ถือว่าเจอกับระหว่างที่ทุกข์ยากลำบากกาลครั้งหนึ่งในชีวิตที่แม้ว่าจะแตกต่างกัน หากแม้ทั้งคู่ที่สนิทกันต่างก็ให้กำลังใจกันตลอดมา